สาระน่ารู้


ราชกิจจาฯ ประกาศหลักเกณฑ์จัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ใช้มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ


       วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกรมกิจการผู้สูงอายุ เรื่องการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นกรอบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศในการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในระดับชุมชน
       สำหรับประกาศฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนต่างๆ สามารถจัดตั้ง “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ได้ง่ายและมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนมากขึ้น โดยสามารถออกแบบโรงเรียนผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของผู้สูงวัย ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคม อีกทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาศักยภาพ และคุ้มครองสิทธิของผู้สูงวัย
       รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุว่า จะเริ่มจากการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่ จากนั้นตั้งคณะทำงานขึ้นมากำหนดแผนงาน และออกแบบกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการของคนในชุมชน เช่น การดูแลสุขภาพ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การสร้างรายได้เสริม และการทำกิจกรรมร่วมกับสังคม
       ทั้งนี้ หากหน่วยงานภาคเอกชน องค์กรชุมชน หรือท้องถิ่นใด สนใจขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวนี้ สามารถใช้ประกาศฉบับใหม่นี้ เป็นฐานอ้างอิงในการจัดตั้งและดำเนินงานได้ทันทีทั่วประเทศ

       3 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกรมกิจการผู้สูงอายุ เรื่อง การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569 ลงนามโดย นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในรูปแบบโรงเรียนผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ รองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว
       อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี ประกอบด้วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชนส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ การดูแล คุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุเสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมในสังคมส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรมท้องถิ่น และดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์
       เปิดลายแทงหน่วยงานที่มีสิทธิจัดตั้ง
       สถานที่ยื่นคำขอสำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความประสงค์จะจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), องค์กรภาคประชาชน, องค์กรภาคประชาสังคม, องค์กรภาคเอกชน, องค์กรสาธารณประโยชน์ หรือองค์กรชุมชน โดยสามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือ (ยื่นด้วยตนเอง, ไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์) ได้ตามพื้นที่ดังนี้
พื้นที่กรุงเทพมหานคร: ยื่นคำขอได้ที่ กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแคพื้นที่
       จังหวัดอื่น ๆ: ยื่นคำขอได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
       ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบความพร้อมของสถานที่และแผนการดำเนินงาน หากผ่านเกณฑ์มาตรฐาน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุหรือผู้ได้รับมอบหมายจะพิจารณาอนุมัติออกหนังสือรับรองการจัดตั้งต่อไป ส่วนโรงเรียนผู้สูงอายุที่จัดตั้งและได้รับรองอยู่ก่อนหน้านี้ ให้ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองตามประกาศฉบับใหม่ทันที
       กางกฎเหล็ก! เปิดเงื่อนไข “ถูกสั่งปิด-เพิกถอนสิทธิ”
       ประกาศฉบับนี้ ยังระบุถึงเกณฑ์การเพิกถอนหนังสือรับรองการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ หากเข้าข่ายกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้คณะกรรมการโรงเรียนผู้สูงอายุมีมติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ให้เลิก ตามผลการประชาพิจารณ์ของผู้สูงอายุในพื้นที่อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุมีคำสั่งเพิกถอน เนื่องจากไม่มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 4 ปีการออกประกาศควบคุม
       การจัดตั้ง “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญทางกฎหมายที่จะช่วยกำหนดมาตรฐานการดูแลและพัฒนาผู้สูงอายุไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อแปรเปลี่ยนจาก “ภาระ” ให้กลายเป็น “พลัง” ในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างยั่งยืน

ประกาศกรมกิจการผู้สูงอายุ
เรื่อง การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ
พ.ศ. 2569

       โดยทีมาตรา 13 (4) แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และข้อ 2 ของประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดหน่วยงานผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับ การคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 พ.ศ. 2553 ประกอบข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุน การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่ายหรือชุมชน จึงสมควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพการรวมของกลุ่มผู้สูงอายุในรูปแบบของโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะในการดูแลตนเอง การพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้สามารถดำรงชีวิต อยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และเข้าไปมีส่วนร่วม มีศักดิ์ศรี และเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม นั้น
       อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
       ข้อพ.ศ. 2569″ G  ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมกิจการผู้สูงอายุ เรื่อง การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ
       ข้อ 2  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป
       ข้อ ในประกาศนี้ M
       “โรงเรียนผู้สูงอายุ” หมายความว่า การรวมตัวของผู้สูงอายุและชุมชนในรูปแบบโรงเรียนผู้สูงอายุ และได้รับหนังสือรับรองการจัดตั้งตามประกาศนี้
       “กรม” หมายความว่า กรมกิจการผู้สูงอายุ
       “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ
       ข้อ 4   การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
       (3) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน
       (2) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของตนเอง การดูแล คุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ
       (3) เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และมีส่วนร่วมในสังคม
       (4) เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ถ่ายทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรมท้องถิ่น และดำเนินกิจกรรม สาธารณประโยชน์ อันเป็นการสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม
       ข้อ 5 กรม หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาชน องค์กร ภาคประชาสังคม องค์กรภาคเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์หรือองค์กรชุมชน สามารถดำเนินการ จัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุตามประกาศนี้ได้
       ให้หน่วยงานหรือองค์กรตามวรรคหนึ่ง ยื่นคำขอเป็นหนังสือ โดยจะยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอได้ ที่กรมหรือศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค และในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
       เมื่อได้รับคำขอแล้วให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบความพร้อมของสถานที่และแผนการดำเนินงาน หากเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดแล้ว ให้มีการออกหนังสือรับรองการจัดตั้งได้ ให้นำเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายพิจารณาอนุมัติ
       หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดตั้งและมาตรฐานการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามที่อธิบดี ประกาศกำหนด
       ข้อ 5 เมื่อได้รับการอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุแล้ว ให้กรมออกหนังสือรับรอง การจัดตั้งได้
       แบบหนังสือรับรองการจัดตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กรมกำหนด
       ให้ผู้บริหารหน่วยงานหรือองค์กรตามข้อ 5 เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการโรงเรียนผู้สูงอายุ รวมทั้งกำหนดโครงสร้างและภารกิจของโรงเรียนผู้สูงอายุ
       ข้อ 7 ให้กรม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือหน่วยงาน ที่ได้รับมอบหมาย ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานของโรงเรียนผู้สูงอายุ ให้สามารถ ดำเนินการได้อย่างเข้มแข็งและจัดให้มีการประเมินมาตรฐานการดำเนินของโรงเรียนผู้สูงอายุ ตามเกณฑ์ การประเมินมาตรฐานที่กรมประกาศกำหนด
       ข้อ 8 โรงเรียนผู้สูงอายุ อาจถูกเพิกถอนหนังสือการจัดตั้งในกรณีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
       (1) คณะกรรมการโรงเรียนผู้สูงอายุมีมติไม่น้อยกว่าสามในสี่ให้เลิกตามผลการประชาพิจารณ์ ของผู้สูงอายุในพื้นที่
       (2) อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนเนื่องจากไม่ได้ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ปี
การเพิกถอนตามวรรคหนึ่ง ให้นำข้อ 7 มาใช้บังคับ
      ข้อ 4 ให้โรงเรียนผู้สูงอายุที่จัดตั้งและได้รับการรับรองจากกรมก่อนประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นการจัดตั้งและได้รับการรับรองตามประกาศนี้
      ข้อ 30 ให้อธิบดีรักษาการตามประกาศนี้ และให้มีอำนาจกำหนดแบบเอกสาร และคู่มือการปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้
       ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ให้อธิบดีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยนั้น ให้ถือเป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
โชคชัย วิเชียรชัยยะ
อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ


ที่มา : https://www.facebook.com/dop.go.th/posts/pfbid02tpjCQQaUccL4DERCRP2Muve874ZGS3GwGL62Y6cdiiV2gUMF1jkt3VsAx89UBUCLl